หมอบ้าน
หมอสามัญประจำบ้าน

หลายคนคงเคยได้ยินหรือเคยได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับฮวงจุ้ยกันมาบ้าง หมอบ้านเองก็ได้รับข้อมูลเรื่องฮวงจุ้ยจากผู้รู้บ้าง จากเจ้าของบ้านเองบ้าง

มีหลายครั้งเจ้าของบ้านยอมทุบผนัง ยอมวางเฟอร์นิเจอร์ หรืออะไรแปลกๆไปจากที่เคยเห็นในชีวิตประจำวันเพื่อสร้างฮวงจุ้ยที่ดีตามคำแนะนำของผู้รู้  หมอบ้านไม่มีความรู้เรื่องฮวงจุ้ยลึกซึ้งมากนัก  เพราะหลักในการทำงานของหมอบ้านในการวางผังบ้าน คือ ประโยชน์ใช้สอย ความงาม ซึ่งต้องประกอบกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้อยู่อาศับด้วย  ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งาน  บ้านที่ดีต้องอยู่แล้วสบายทั้งกายและใจ  หลายคนอยู่หมู่บ้านจัดสรรทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องฮวงจุ้ยไม่เหมือนนที่ปลูกสร้างบ้านเอง  จริงแล้วหมอบ้านเชื่อว่าในหลักของฮวงจุ้ยก็คือ กุศโลบายที่บรรพบุรุษใช้บอกกล่าวกันมาว่าถ้าไม่ทำอย่างนี้จะต้องเป็นอย่างนั้น เช่น ไม่ควรปลูกบ้านตรงข้ามศาลเจ้าหรือใกล้ศาลเจ้า จะทำให้ไม่เจริญ สุขภาพไม่ดี ก็แน่ละครับได้กลิ่นธูปทั้งวัน เสียงก็ดังจอแจ เผลอๆไฟจะไหม้ได้ด้วย มีอีกหลายข้อที่แฝงหลักความจริงอยู่ในหลักฮวงจุ้ย หมอบ้านมักบอกเจ้าของบ้านอยู่เสมอว่าบ้านที่อยู่แล้วรวย อยู่แล้วสบาย อยู่แล้วลูกหลานสามัคคีกัน ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงหลักฮวงจุ้ยทั้งหมด  ที่สำคัญคือ ผู้อยู่อาศัยต้องรักกัน สามัคคีกัน มีปัญหาก็พูดคุยปรึกษากัน คู่สามีภรรยาก็ซื่อสัตย์ต่อกัน  ถ้าทุกคนยึดหลักในการใช้ชีวิตที่อยู่ในศีลในธรรม ต่อให้อยู่ทาวน์เฮาส์หลังเล็กๆก็มีความสุขเหมือนกัน เพราะสุดท้ายแล้ว หลักของฮวงจุ้ยก็เพื่อความสุขนั่นเอง  สถานที่และบ้านเรือนเป็นเพียงส่วนประกอบเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับความรัก ความผูกพันของสมาชิกในครอบครัว  หมอบ้านเชื่ออย่างนั้นครับ

หมอบ้าน มีโอกาสได้เจอปัญหาน้ำซึมที่ผนัง จนทำให้สีผนังพองหลุดร่อนอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะจากผนังห้องน้ำ ก่อนอื่นเราต้องตรวจสอบระบบท่อน้ำภายในห้องน้ำทั้งหมดก่อนครับว่าเสียหายแตกหรือหลุดในผนังหรือเปล่า ถ้าใช่ก็จัดการแก้ไขไปตามอาการ แต่ถ้าไม่ใช่ปัญหาจากระบบท่อน้ำเราต้องมาดูที่รอยยาแนวกระเบื้องที่ผนังและพื้น หมอบ้านเคยพบปัญหาดังกล่าวนี้ด้วยตัวเองครับ พอน้ำซึมเข้าไปใต้กระเบื้องจนเต็มที่แล้วก็จะซึมต่อไปที่ผนังจนทำให้ผนังภายนอกเสียหายสีบวมหลุดร่อน จัดการขูดยาแนวกระเบื้องเดิมตรงที่เป็นจุดปัญหาออกเป็นแนวยาวแล้วยาแนวใหม่ให้ปูนยาแนวเรียบเต็มร่องกระเบื้อง ทิ้งไว้จนแห้งสนิทลองใช้งานตามปกติดูว่าน้ำที่ซึมที่ผนังแห้งลงไหม ถ้าไม่ซึมก็แสดงว่าแก้ปัญหาตรงจุดแล้วครับ จากนั้นค่อยซ่อมสีผนังอีกด้านให้สวยงามดังเดิม

เข้าสู่หน้าฝนแล้วครับ…ถึงเวลาตรวจสภาพบ้านรับฤดูฝนแล้วครับ สิ่งที่ต้องตรวจสอบสำคัญๆดังนี้ครับ

1. หลังคา มีรอยร้าวหรือรั่วหรือเปล่า จัดการซ่อมและเปลี่ยนใหม่ซะเลย ไม่อย่างนั้นจะทำให้เสียหายกับฝ้าเพดานและเฟอร์นิเจอร์ได้

2. รางน้ำ มีเศษใบไม้หรือเศษดินไปอุดตัน ก็เอาออกล้างทำความสะอาด บางบ้านที่รางน้ำเป็นซีเมนต์อาจมีต้นไม้ต้นหญ้าขึ้นขวางทางระบายน้ำเป็นเหตุให้น้ำระบายไม่ได้ไหลเข้าบ้านได้

3. รอยร้าว บางบ้านอาจมีรอยร้าวตามผนังและรอยแยกตามโครงสร้างที่ต่อเติมทำให้น้ำไหลเข้าบ้านเหมือนกัน งานนี้ต้องอาศัยช่างที่ชำนาญแล้วครับ  อีกจุดหนึ่งที่ต้องสังเกตคือ บริเวณขอบหน้าต่างอลูมิเนียม เมื่อเวลาผ่านไปนานๆส่วนใหญ่ซิลิโคนจะหมดอายุทำให้น้ำซึมเข้า

4. ท่อระบายน้ำ ตรวจสอบท่อระบายน้ำในบ้านที่ต่อเชื่อมกับท่อสาธารณะว่าอุดตันหรือเปล่า  เอาขยะในบ่อพักออก

สิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม คือ ระบบไฟฟ้าภายในและภายนอกบ้าน เช่น กริ่งไฟหน้าประตูบ้าน ว่าไฟฟ้ารั่วหรือเปล่า จุดนี้อันตรายมากครับ

หมอบ้านนำเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านสวยๆในเมืองไทยมาให้ทุกคนชมกัน โดยแต่ละหลังมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปซึ่งทุกคนสมารถนำเอาไปใช้ในการสร้างบ้านในฝันของแต่ละคนได้

หมอบ้านโพลีคลีนิกแห่งนี้เป็นคลีนิกเพื่อประชาชน ไม่คิดค่าหมอค่ายาในการรักษา เป็นคลีนิกที่ทุกคนสามารถเข้ามาบอกเล่าอาการ แล้วรับคำปรึกษาจากหมอกลับไปรักษาตามอาการกันที่บ้าน โดยหมอบ้านจะแนะนำการรักษาให้ หมออาจจะไม่ได้นั่งอยู่คลีนิกตลอดเวลา กรุณาเล่าอาการไว้แล้วหมอจะให้คำแนะนำกลับไป

หมอบ้านนำเรื่องสวนมาเขียนเพราะเห็นว่าเรื่องสวนกับบ้านแยกกันแทบไม่ออก ต้องอาศัยองค์ประกอบร่วมกันถึงจะสวยงามได้อย่างที่ตั้งใจไว้ หัวข้อที่ว่า จัดสวนให้มากกว่าสวน นั้น หมอบ้านตระหนักถึงความสำคัญของสวนมากกว่าแค่การปลูกต้นไม้  ได้อากาศบริสุทธฺ์  กินผล ชมดอก ได้กลิ่น แต่สิ่งที่หมอบ้านมักจะให้ความสำคัญด้วยเสมอในการจัดสวนคือ  สวนช่วยพลางตาและสร้างความเป็นสวนตัวในบริเวณที่ต้องการ เช่นการปลูกต้นบังบริเวณที่อาบน้ำกลางแจ้ง  บังส่วนบริการ เช่น ห้องเก็บของ ถังเก็บน้ำ ที่จอดรถ บริเวณที่ตากผ้า เป็นต้น มีหลายครั้งหมอบ้านไม่แนะนำให้ปลูกมะม่วงไว้รับประทาน เพราะทำให้สวนดูไม่สวย เพราะมียาง มีมดแดง จึงแนะนำให้ซื้อทานดีกว่าครับ นอกเสียจากมีพื้นที่มาก ในภาคต่อไปหมอบ้านจะนำพันธุ์ไม้ที่เหมาะสำหรับการปลูกเป็นแนวบังสายตาจากภายนอกบ้านมาให้ดูกันครับ……ต่อภาค 2

ที่มา. รูปภาพ  www.baanlaesuan.com

คุณเคยไหมครับเวลาย้ายบ้านหรือปรับปรุงบ้านแล้วจำเป็นต้องทิ้งเฟอร์นิเจอร์เก่าไป เนื่องจากสภาพทรุดโทรม เสียหาย อุปกรณ์ไม่ครบ ไม่รู้ว่าจะหาซื้อได้ที่ไหน หรือบางครั้งอาจจะทิ้งเพราะรู้สึกว่าไม่ทันสมัยแล้ว  มีหลายท่านที่รู้สึกผูกพันกับเฟอร์นิเจอร์เก่าเหล่านี้เพราะรู้สึกว่ามีคุณค่าทางจิตใจ บางชิ้นมีประวัติยาวนานหรือลักษณะทางศิลปะที่ควรค่าแก่อนุรักษ์  ซึ่งหมอบ้านเองก็อยู่ในกลุ่มหลังนี้เช่นเดียวกันครับ ด้วยอายุอานามเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นมากกว่าคนในบ้านเสียอีก เมื่อเกิดความเสียหายจึงทำให้ยากต่อการซ่อมแซม หาช่างที่ชำนาญก็ยาก หาอุปกรณ์ทดแทนก็ยาก หมอบ้านอยากให้แบ่งแนวทางการปรับปรุงเฟอร์นิเจอร์ไว้เป็นกรณีดังนี้ครับ

เฟอร์นิเจอร์ไม้

- เปลี่ยนไม้ใหม่  ควรเป็นไม้ชนิดเดียวกันกันของเดิม และทำสีใหม่  ในการเปลี่ยนไม้ใหม่มีทั้งเปลี่ยนทั้งชิ้นและนำเศษไม้มาซ่อมแซมส่วนที่เสียหายก็ได้

- งานเฟอร์นิเจอร์เก่าส่วนใหญ่ใช้การเข้าเดือยไม้เป็นหลักดังนั้น ควรให้ช่างผู้ชำนาญเป็นผู้ถอดออกมาซ่อมแซมเพื่อป้องกันความเสียหายกับส่วนอื่นๆ

- เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นประกอบวัสดุอื่นด้วยเช่น หวายสานลาย กระจกสี  ถ้าส่วนประกอบเหล่านี้เสียหายก็สามารถหาเปลี่ยนได้ แต่รูปแบบลายแบบเดิมอาจไม่เหมือนเดิม ซึ่งถ้าท่านรับได้ก็จบครับ

อุปกรณ์

- อุปกรณ์จำพวกมือจับและบานพับต่างๆถ้าเสียหาย อาจจะต้องใช้แบบใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า หรืออาจจะลองไปเดินดูตามร้านขายเฟอร์นิเจอร์เก่าก็ได้ครับ คราวหน้าหมอบ้านจะหาแหล่งเฟอร์นิเจอร์เก่ามาให้ท่านลองไปเดินดูครับ

เก้าอี้และโซฟา

- ไม้  ส่วนใหญ่จะเสียที่งานสีและนำ้ยาเคลือบ ให้ช่างขัดและเคลือบใหม่ก็ได้แล้วครับ

- หนัง ถ้าขาดโดยที่แผ่นหนังไม่ได้หลุดหายไป จะติดด้วยกาวยางหรือเย็บก็ได้แต่ไม่สามารถปิดรอยขาดได้ครับ ถ้าอยากให้ดูใหม่เลยแนะนำให้หุ้มหนังใหม่เลยครับ อายุการใช้งานได้อีกนาน  ถ้าโซฟาหนังไม่ขาดแต่เก่าจากการใช้งานก็แค่เช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดหนังก็ได้ ส่วนสีที่ซีดถ้าไม่ซีเรียสมองเป็นคลาสสิกไปก็ได้ครับ

-…

สำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กๆแล้ว การตกแต่งห้องหรือมุมเล่นของลูกน้อยเป็นสิ่งที่น่าสนุกและตื่นเต้นไม่น้อย เพราะนอกจากเป็นกำหนดพื้นที่ของเด็กๆอย่างชัดเจนแล้วยังเป็นการส่งเสริมพัฒนาการสำหรับเด็กโดยไม่จำเป็นต้องไปเข้ากิจกรรมภายนอกบ้านอีกด้วย  ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาวิธีการตกแต่งห้องสำหรับเด็กไว้ โดยหาดูจากอินเตอร์เน็ต นิตยสารเกี่ยวกับงานตกแต่ง หมอบ้านเองก็มีหลักการตกแต่งไว้เป็นแนวทางหลักๆดังนี้

1. วัสดุปูพื้นควรทำความสะอาดง่ายและปลอดภัยสำหรับเด็กเมื่อลื่นล้มเวลาเล่นหรือเกิดอุบัติเหตุ เช่น แผ่นยาง ที่ต่อกันเป็นผืนใหญ่ซึ่งง่ายต่อการแกะออกมาทำความสะอาดและกันกระแทกได้ด้วย  ที่สำคัญเมื่อลูกโตขึ้นเราก็รื้อออกได้ง่าย

2. ผนังควรทาสีที่กันการขีดเขียนของเด็กได้ ความจริงเราควรเตรียมพื้นที่ส่วนที่จะให้เด็กขีดเขียนให้ชัดเจนไปเลยดีกว่าครับ การติดวอลเปเปอร์ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพราะมีลายสำหรับเด็กๆให้เลือกเยอะ แต่งบประมาณค่อนข้างสูงกว่าทาสี

3. เฟอร์นิเจอร์ควรเลือกวัสดุที่ทนทานต่อการกระแทกและไม่มีมุมแหลมที่เป็นอันตรายต่อเด็ก ถ้าเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้าควรเลือกแบบถอดซักได้

4. สีสันของการตกแต่งเป็นความชอบส่วนบุคลลครับแต่ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อกำหนดเสียเลยนะครับ เช่นถ้าคุณมีลูกชาย คุณก็ควรจะใช้สีสันไปในโทนสีฟ้า สีเขียว สีส้ม หรือสีแดง  แต่ถ้าคุณมีลูกสาว โทนสีก็ควรเป็นสีชมพู สีเหลือง สีขาว หรือเราอาจจะใช้สีกลางสำหรับเด็ก เช่น สีฟ้า สีครีม สีเขียวอ่อน ก็ได้ครับ บอกแล้วว่าไม่มีกฎตายตัวครับ

5. สิ่งที่ควรคำนึงถึงสำหรับห้องเด็กอีกอย่าง คือ เรื่องของแสงสว่างภายในห้อง ไม่ว่าจะเป็นแสงหลอดไฟหรือแสงธรรมชาติ ก็มีความสำคัญต่อการใช้งานและมีผลต่อพัฒนาการของเด็กมาก

6.…

โดยปกติแล้วบ้านแต่ละหลังจะมีตู้ยาหรือที่เรียกว่ายาสามัญประจำบ้าน ซึ่งประกอบไปด้วย ยาแก้ปวด ลดไข้ ยาธาตุน้ำขาวน้ำแดง ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น ยาแดง ทิงเจอร์ ผ้าพันแผล เป็นต้น  บ้านก็เช่นเดียวกันครับบางครั้งก็เจ็บไข้ได้ป่วยเหมือนกัน  ดังนั้นเราควรเตรียมอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือในการดูแลรักษาบ้านไว้เป็น เครื่องมือสามัญประจำบ้านไว้บ้างครับ โดยเราควรแบ่งหมวดหมู่ไว้ดังนี้ครับ

ระบบไฟฟ้า

-  หลอดไฟขนาดต่างๆจำนวนหนึ่งไว้สำรอง

-  เทปพันสายไฟ

-  ฟิวส์  บัลลาสต์ สตาร์ทเตอร์

-  สวิทซ์และปลั๊กซ์ (กรณีที่ท่านเป็นช่างไฟฟ้าอยู่แล้ว )

- ที่อุดปลั๊กซ์ไฟ (บ้านที่มีเด็กเล็กๆควรมีติดไว้นะครับ)

- สายไฟต่อพ่วงความยาวซัก 3-4 เมตร

ระบบประปา

- ข้องอ 90 ขนาด ที่ใช้อยู่สัก  2-3 ตัว

- หัวอุดท่อประปากรณีต้องเปลี่ยนก็อกน้ำ ระหว่างรอซื้อใหม่

- เทปพันเกลียวและน้ำยาทาท่อน้ำ

- คีมล็อคสำหรับเผื่อซ่อมแซมท่อน้ำทิ้งต่างๆ

เครื่องมือช่างต่างๆที่จำเป็น

- ไขควงที่สามารถเปลี่ยนหัวได้แบบต่างๆ

- กุญแจปากตายขนาดต่างๆ

-…

ถ้าเทียบกับอายุของหมอบ้านเชื่อว่าแต่ละคนคงเคยผ่านการมีบ้านหลังแรกเป็นของตัวเองกันมาแล้วอยู่หลายคน ไม่ว่าจะซื้อบ้านใหม่โครงการหรือบ้านมือสอง  ทั้งสองแบบข้างต้นก็มีวิธีตัดสินใจในการซื้อตามแต่ละบุคคลไป ซึ่งหมอบ้านเชื่อว่าปัญหาต่างๆน่าจะน้อยกว่าการปลูกสร้างบ้านเองอยู่หลายประการ แต่สิ่งที่การปลูกสร้างบ้านตามแบบของตัวเองก็จะได้รูปแบบและพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างลงตัวกับเจ้าของบ้านที่สุด หลายคนอาจจะกำลังวางแผนปลูกบ้านบนที่ดินของตัวเองสักหลัง แต่จะเริ่มต้นอย่างไร ลองค่อยๆตามมาครับ

การปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเองก็มีทางเลือกอยู่หลายแบบครับ เช่น

แบบที่  1  สถาปนิกออกแบบบ้าน  ใช้ผู้รับเหมาทั่วไปสร้าง  แบบนี้จะได้บ้านถูกใจและราคาค่าก่อสร้างไม่แพง แต่อาจจะเสี่ยงกับรูปแบบ       การทำงานแบบช่างไทย(ไม่ได้เป็นทุกคนหรอกครับ)

แบบที่ 2  สถาปนิกออกแบบบ้าน  ใช้ผู้รับเหมามีชื่อเสียงในรูปแบบบริษัท  หรือให้บริษัทรับสร้างบ้านหลายๆแห่งเสนอราคาแข่งกัน วิธีนี้ได้แบบบ้านในฝัน  ค่าก่อสร้างแพงกว่าแบบแรกพอสมควร แต่ได้ระบบการจัดการก่อสร้างที่เป็นมืออาชีพ ผลงานก่อส้รางได้รับการประกันด้วย

แบบที่ 3 ใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านที่ท่านไว้วางใจ  ถ้าเป็นสมาชิกของสมาคมรับสร้างบ้านด้วยก็ดีครับ (บริษัทที่ไม่ได้เป็นสมาชิกแต่ผลงานก่อสร้างดีๆก็มีนะครับ ต้องลองพิจารณาหลายๆปัจจัยครับ) บริษัทรับสร้างบ้านจะให้บริการที่ครบวงจร เช่น มีแบบบ้านสำเร็จรูปพร้อมราคาหรือจะให้ออกแบบใหท่ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีบริการอำนวยความสะดวกในการติดต่อขออนุญาตก่อส้ราง ขอไฟฟ้า ประปา  บางบริษัทติดต่อสถาบันการเงินให้ด้วย  รูปแบบการให้บริการของแต่ละบริษัทค่อนข้างเหมือนกัน ท่านต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆด้วยเช่น ผลงานที่ผ่านมา การบริการหลังการขาย…

การต่อเติมบ้านเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น จะด้วยเหตุผลที่ว่าพื้นที่เดิมไม่พอหรือไม่มีก็ตาม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอคือ
1. เราต้องการพื้นที่ทำอะไร ต้องพื้นที่เท่าไหร่ อยู่ในงบประมาณหรือเปล่า
2. โครงสร้างส่วนที่จะต่อเติมแยกเป็นอิสระหรือเชื่อมต่อกับโครงสร้างเดิม คำนึงถึงการเชื่อมต่อวัสดุใหม่กับวัสดุเดิมอย่างไร
3. ถ้าเป็นบ้านที่เราอาศัยอยู่ด้วยจะวางแผนการทำงานอย่างไร ต้องย้ายสิ่งของหรือต้องรื้อถอนอะไรบ้าง
4. ถ้าเป็นบ้านทาวน์เฮาส์หรืออาคารพาณิชย์ควรจะระวังเรื่องโครงสร้างให้มากและควรเช็คข้อกฎหมายด้วย
5. การต่อเติมบ้านย่อมเกิดเสียงดังและมีช่างหลายคน เราควรจะแจ้งเพื่อนบ้านให้ทราบไว้ก่อนล่วงหน้าเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
6. ทำแผงกันวัสดุตกหล่นหรือแผงบังตาด้านที่ต่อเติมเพื่อให้เพื่อนบ้านรู้สึกเป็นส่วนตัวและปลอดภัย
7. สำหรับสถานที่ที่ไม่สามารถกองวัสดุก่อสร้างได้ควรวางแผนการทำงานกับทางผู้รับเหมาหรือเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อความสะดวก
8. ควรปรึกษามืออาชีพเช่น สถาปนิกหรือวิศวกร เพื่อลดความเสียหายหรือผิดพลาดในการทำงาน